Show simple item record

dc.contributor.authorไพรัช อุศุภรัตน์th
dc.date.accessioned2020-02-20T02:58:00Z
dc.date.available2020-02-20T02:58:00Z
dc.date.issued2563-02-20
dc.identifier.urihttps://repository.turac.tu.ac.th/handle/6626133120/724
dc.description.abstractการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นนับเป็นวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมที่สำคัญ และก่อให้เกิดผลกระทบทั้งในระดับโลก ประเทศ และวิถีชีวิตของทุกคน และยังมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีการใช้ทรัพยากรค่อนข้างมาก ทั้งปริมาณการใช้ทรัพยากร วัตถุดิบ สารเคมี และพลังงาน โดยเฉพาะเชื้อเพลิง และน้ำ ถือเป็นปัจจัยการผลิตหลักในกระบวนการผลิตพลังงานไฟฟ้า รวมถึงมลภาวะที่เกิดขึ้นจากตัววัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต มลภาวะที่เกิดจากกระบวนการผลิต การขนส่ง รวมถึงการปล่อยของเสีย และการกำจัดของเหลือใช้จากกระบวนการผลิต ด้วยภาวะโลกร้อนที่ได้ทวีความรุนแรงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ตระหนักถึงความสำคัญจากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว โดยโครงการนี้จึงมีการจัดทำข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมโดยการทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) บนพื้นฐานการประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) ซึ่งพิจารณาตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน ตลอดจนการกำจัดเมื่อกลายเป็นของเสีย โดยผลการประเมินจะแสดงในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นอกจากจะเป็นการเพิ่มผลิตภาพด้านการผลิต พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการผลิตพลังงานไฟฟ้าของประเทศแล้ว ยังจะทำให้อุตสาหกรรมผลิตพลังงานไฟฟ้าของไทยสามารถเตรียมความพร้อมหากภาครัฐจำเป็นต้องมีรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อใช้เป็นแนวทางบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย เพื่อแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของประเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม และลดภาวะโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม สรุปผลการดำเนินงาน: การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ของบริษัท กัลฟ์ เจพี เอ็นเอส จำกัด (โรงไฟฟ้าหนองแซง)พิจารณาผลิตภัณฑ์ทั้งสิ้นรวม 1 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ไฟฟ้า โดยมีขอบเขตกาประเมินแบบ B2B พิจารณาตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ และกระบวนการผลิต โดยไม่พิจารณาในส่วนของการกระจายสินค้า การใช้งาน และการจัดการซาก และกำหนดให้ใช้การปรันส่วนด้วยวิธี Efficiency Method สอดคล้องตามข้อกำหนดเฉพาะผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและไอน้ำ ที่ประกาศโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สำหรับผลการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า มีค่ากับ 505 gCO2eq./kWh โดยผลกระทบส่วนใหญ่มามาจากการเผาไหม้ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของกระบวนการผลิต Climate change is regarded as the major environmental crisis and affects the world, all countries, and people’s way of life. It inclines to be violent more and more. The reason of the global warming is the human’s activities. The power industry is an industry that exploits a lot of resources including the quantity, raw materials, chemicals, fuels, and water, which are the main production factors in the generation of electricity. Moreover, it emits pollutions from the use of raw materials in the production process. The pollutions from production, delivery, release of waste, and residue removal multiply the global warming in recent years. Gulf JP NS Company Limited is a part of the power generation industry and becomes aware of the importance of the impacts. This project manages the environmental data for Carbon Footprint of Product (CFP) which is based on Life Cycle Assessment (LCA). It reviews raw materials, production, delivery, usage, and elimination of waste by assessing carbon dioxide equivalents (CO2e). Apart from enhancing the quality of production and development and elevation of the power generation standard of the country, it also prepares Thailand’s power generation industry if the state sector asks to report the quantity of greenhouse gas emission, as the guideline to manage the emission of greenhouse gas of Thailand. It demonstrates the participation of Thailand in the reduction of greenhouse gas for the environment and for the decrease of global warming. Operating Result Conclusion: The assessment of Carbon Footprint of Product (CFP) by Gulf JP NS Company Limited totally considers one product which is electricity. The scope of the assessment is B2B as it begins to review raw materials and production process without product distribution, utilization, and waste management. The project uses Efficiency Method in accordance with the regulations of the electrical and steaming products declared by Thailand Greenhouse Gas Management Organization (PCL). For the assessment of Carbon Footprint of Product (CFP) of electricity, the result is 505 gCO2eq./kWh. Most of the impact stems from the natural gas combustion which is the main fuel of the production process.th
dc.format.mimetypeapplication/pdfth
dc.language.isothath
dc.publisherสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์th
dc.rightsเอกสารฉบับนี้สงวนสิทธิ์โดยผู้ให้ทุน ห้ามทำซ้ำ คัดลอก หรือนำไปเผยแพร่ตัดต่อโดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรth
dc.subjectคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์th
dc.subjectอุตสาหกรรมผลิตพลังงานไฟฟ้าth
dc.subjectCarbon Footprint of Productth
dc.titleการให้คำปรึกษาการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ บริษัท กัลฟ์ เจพี เอ็นเอส จำกัดth
dc.title.alternativeConsulting Project for Carbon Footprint of Product : Gulf JP NSth
dc.typeTextth
dcterms.accessRightsบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงเอกสารนี้ได้th
dc.rights.holderบริษัท กัลฟ์ เจพี เอ็นเอส จำกัดth
cerif.cfProj-cfProjId2562A00352th
mods.genreรายงานวิจัยth
turac.projectTypeโครงการที่ปรึกษาth
turac.researchSectorสาขาสิ่งแวดล้อม (Environment sector : EV)th
turac.contributor.clientบริษัท กัลฟ์ เจพี เอ็นเอส จำกัด
turac.fieldOfStudyวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีth
cerif.cfProj-cfTitleการให้คำปรึกษาการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ บริษัท กัลฟ์ เจพี เอ็นเอส จำกัดth
cerif.cfProj-cfProjStatusสิ้นสุดโครงการth


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record