Show simple item record

dc.contributor.authorพิมลมาศ วรรณคนาพล
dc.contributor.otherสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
dc.date.accessioned2016-03-28T09:45:21Z
dc.date.available2016-03-28T09:45:21Z
dc.date.issued2014
dc.identifier.urihttps://repository.turac.tu.ac.th/handle/6626133120/232
dc.description.abstractปัจจุบันแนวโน้มในการศึกษาวิจัยหรือออกแบบอาคารพักอาศัยโดยเฉพาะโครงการจัดสรรส่วนใหญ่ มุ่งออกแบบโดยยึดแนวทางใดแนวทางหนึ่งเป็นหลัก ระหว่างการใช้แนวทางพึ่งพาธรรมชาติ (Passive Design) ที่2 เน้นการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ ในธรรมชาติรอบอาคารในการสร้างสภาวะน่าสบายโดยไม่พึ่งพาระบบปรับอากาศกับการใช้ระบบเครื่องกล (Active Design) ที่เน้นการออกแบบให้อาคารเป็นระบบปิดและอาศัยการทำงานของระบบปรับอากาศในการสร้างสภาวะน่าสบายให้กับอาคารเป็นหลัก การศึกษาวิจัยนี้ มุ่งศึกษาแนวทางการออกแบบบ้านระบบไฮบริด (Hybrid House) โดยวิธีผสมผสานแนวทางพึ่งพาธรรมชาติกับการใช้ระบบเครื่องกลเข้าด้วยกัน เพื่อเป้าหมายในการลดการใช้พลังงาน (Energy Saving) และสร้างสภาวะแวดล้อมภายในอาคารให้อยู่ในขอบเขตความสบาย (Comfort Zone) ในการศึกษาวิจัยเน้นการออกแบบบ้านเดี่ยวพักอาศัย 2 ชั้นในรูปแบบหมู่บ้านจัดสรร สำหรับผู้อยู่อาศัย 4-5 คนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อเสนอแนะแนวทางการออกแบบเพื่อการประหยัดพลังงานโดยอาศัยการสับเปลี่ยนการทำงานระหว่างการระบายอากาศตามธรรมชาติสลับกับระบบปรับอากาศ (Change-over design (Same space, different times)) ซึ่งมุ่งเน้นการใช้การระบายอากาศวิธีธรรมชาติ (Natural Ventilation) สลับกับระบบปรับอากาศ (Air-conditioning) ในรูปแบบปรับเปลี่ยนในแต่ละวันหรือเป็นฤดูกาล ในการศึกษาวิจัยใช้การสำรวจลักษณะบ้านเดี่ยวพักอาศัย 2 ชั้นในท้องตลาดจำนวน 100 หลัง โดยเลือกสำรวจบ้านจากโครงการต่าง ๆ ที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 200 ตารางเมตร พร้อมวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพ รวมทั้งการจัดวางผังโครงการ (Site Planning) การจัดวางตำแหน่งพื้นที่ใช้สอยของบ้าน (Function Adjustment of Space) ได้แก่ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องพักผ่อนและห้องรับประทานอาหาร รวมทั้งศึกษาพฤติกรรมและช่วงเวลาการใช้งานของผู้อยู่อาศัย เพื่อนำมาใช้เป็นแบบบ้านอ้างอิง (Base case) หรือบ้านที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอย (Non-flip) การศึกษาทำโดยการจำลองสภาพภายในโปรแกรมวิเคราะห์การไหลเวียนอากาศ CFD โปรแกรมวิเคราะห์พลังงาน eQUEST และ EnergyPlus ผลการศึกษาแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน 1) ศึกษาการจัดวางผังโครงการของบ้านแบบเหลื่อมกัน พบว่า ส่งผลสนับสนุนให้เกิดการไหลเวียนของลมธรรมชาติให้เข้าสู่พื้นที่ภายในอาคารมากขึ้น คิดเป็นร้อยละ 66.67 ขณะเดียวกัน และ 2) ปรับเปลี่ยนตำแหน่งของห้องต่าง ๆ เช่น ห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารให้อยู่ในตำแหน่งที่รับลม ไม่ถูกบดบังลมจากห้องหรืออาคารอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นแบบบ้านทางเลือก (Adjusted case) หรือบ้านที่มีการออกแบบปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอย (Flip) พบว่ามีความเร็วลมเฉลี่ยภายในอาคารเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 33 และร้อยละ 42 ตามลำดับ เมื่อพิจารณาควบคู่ไปกับพฤติกรรมการใช้งานอาคารและพลังงานไฟฟ้า พบว่าการปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้สอยให้สอดคล้องกับทิศทางการเคลื่อนที่ของลม นอกจากจะช่วยขยายขอบเขตความสบาย ให้สภาพอากาศภายในพื้นที่นั้นอยู่ในสภาวะน่าสบาย แล้วยังช่วยลดระยะเวลาการเปิดเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบค่าพลังงานไฟฟ้าจากการปรับอากาศระหว่างบ้านพักอาศัยที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอย (Non-flip) กับบ้านที่มีการออกแบบปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอย (Flip) สำหรับห้องนั่งเล่น สามารถใช้งานห้องนั่งเล่นในสภาวะสบายภายใต้อุณหภูมิที่คนรู้สึกได้ระหว่าง 27.3-31.3 องศาเซลเซียส โดยไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ ซึ่งช่วยเลื่อนการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศในฤดูฝน (กรกฎาคม-ตุลาคม) ได้ช้าลง 2 ชั่วโมง และ 3 ชั่วโมงในฤดูหนาว (พ.ย.-ก.พ.) และลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากระบบปรับอากาศได้ร้อยละ 17.78 ทั้งนี้ สามารถสรุปแนวทางการออกแบบอาคารพักอาศัยในโครงการจัดสรรโดยใช้ระบบผสมผสานหรือระบบไฮบริด (Hybrid House) ผ่านรูปแบบการเสนอแนะแนวทางการออกแบบจัดวางผังโครงการแบบเหลื่อมกันเพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่และเพิ่มระดับความเร็วลม และแนวทางการออกแบบจัดวางตำแหน่งพื้นที่ ใช้สอยของบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางการเคลื่อนที่ เข้า-ออกของลม จนนำไปสู่ แนวทางการออกแบบบ้านพักอาศัยโดยใช้ระบบไฮบริด ด้วยวิธีการสับเปลี่ยนการทำงานระหว่าง การระบายอากาศตามธรรมชาติสลับกับระบบปรับอากาศ (Change-over design (Same space, different times)) เพื่อประโยชน์ในการประยุกต์ใช้ในการออกแบบบ้านเดี่ยวพักอาศัย 2 ชั้นในโครงการจัดสรรต่อไปth
dc.description.abstractCurrent trends of study and research on Housing development projects are mainly focusing on either Passive Design or Active Design. Passive design is implemented in order to achieve the maximum energy conservation from the environment surrounded the buildings while Active Design focus on providing maximum comfort for occupants using Mechanical systems such as air-conditioning systems. This research is focusing on the design optimisation of both systems, namely Hybrid Design or Hybrid House. The objectives are to optimise the use of natural ventilation together with the use of mechanical systems to ensure the higher energy savings than mechanical systems alone and also maintain the indoor environment within the Comfort Zone. The study focused on the design of two-storey house for 4-5 occupants within the Bangkok metropolitan and vicinity to propose the energy savings design of housing development project. The method of space conditioning based on the mixed-mode approach using the Change-over Design (Same spaces, different times) mode, where the building “changes-over” between natural ventilation and air-conditioning on a seasonal or even daily basis. One hundred two-storey 200 sq.m. usage area of housing project are analysed and selected to be the Base case or Non-flip case. The analysis included the grid alignment of land lot, housing setback arrangement, function adjustment of spaces such as bedroom, living area and occupants’ behavior and occupancy schedule.The simulations are done in CFD program eQUEST and EnergyPlus to see the results of the base case and the adjusted case with the following 2 steps: housing setback arrangement and function adjustment. After the housing setback was adjusted into staggered grid alignment, the average air velocity measured in the adjusted case house was increased by approximately 61.7%. However, when looking into the house’s interior on the level of room function, the air velocity in living area was typically low with approximately 0.3 m/s since toilet, kitchen, and stair blocked the wind. To encourage more natural ventilation in those spaces, toilet, kitchen and stair were flipped into another side of the house, namely Adjusted case or Flip case. The air velocity in living and dining rooms were improved significantly by 33% and 42%, respectively and increase to more than 0.4 m/s which prove to be thermally comfort for Thai people and reduce the usage time of air-conditioning systems.The comparison of the Base case, as called Non-flip case, compared to the Adjusted case, as called Flip case showed that the use of Living area on the 1st floor can be within the comfort zone of 27.3-31.3 degree celsius without the use of air-conditioning. This ensure the delay of the use of air-conditioning systems during the rainy season (July - October) for 2 more hours (normal schedule for air-condition 12:00-22:00 hr.) and 3 more hours during winter season (November - February). The energy savings are at 17.78% compared to the Base case. Hence, the design guideline for Hybrid house within the housing development project to ensure more energy savings and thermal comfort are as followed; 1) the use of staggered grid alignment within the legal building setback in order to increase the wind velocity within the house and 2) the function adjustment of the space according to the wind direction and 3) the “changes-over” between natural ventilation and air-conditioning on a seasonal basis.th
dc.description.sponsorshipสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) (ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ)
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.language.isothaen
dc.publisherสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
dc.rightsเอกสารฉบับนี้สงวนสิทธิ์โดยสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ห้ามทำซ้ำ คัดลอก หรือนำไปเผยแพร่ตัดต่อโดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
dc.subjectบ้านพักอาศัยระบบไฮบริดth
dc.subjectการประหยัดพลังงาน/ การลดการใช้พลังงานth
dc.subjectการระบายอากาศตามธรรมชาติสลับกับระบบปรับอากาศth
dc.subjectสภาวะสบายth
dc.subjectHybrid Houseth
dc.subjectEnergy Savingth
dc.subjectChanges-over Designth
dc.subjectThermal Comfortth
dc.titleศึกษาเพื่อพัฒนาแนวทางการออกแบบบ้านพักอาศัยระบบไฮบริด
dc.title.alternativeThe Study and Development of Guideline for Hybrid House
dc.typeText
dcterms.accessRightsสงวนสิทธิ์ในการเข้าถึงเฉพาะบุคลากรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
mods.genreบทความ
mods.location.physicalLocationสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
turac.projectTypeโครงการวิจัย
turac.researchSectorสาขาอุตสาหกรรมก่อสร้าง (Building sector : BU)
turac.contributor.funderสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
turac.fieldOfStudyวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
cerif.cfProj-cfProjStatusสิ้นสุดโครงการ


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record