Show simple item record

dc.contributor.authorสุพิณ เกชาคุปต์
dc.contributor.authorอินทิรา ฉิวรมย์
dc.contributor.authorฐนันดร์ศักดิ์ บวรนันทกุล
dc.contributor.otherสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
dc.date.accessioned2013-12-20T04:31:54Z
dc.date.available2013-12-20T04:31:54Z
dc.date.issued2010
dc.identifier.urihttps://repository.turac.tu.ac.th/handle/6626133120/176
dc.description.abstractThe main objectives of this research are to explore the existing system and criteria of judicial transferring and a ppointment in Thailand, to survey the opinion of the judges toward them and their suggestions, and to provide recommendations for strengthening the judicial appointment system. Three hundred and eighty five judges who work in the various Court of Justice (excluding assistant judges) and all senior judges who work in all courts across the country were selected as sample of the study. Data were collected by questionnaire and structural interview as guidelines, as well as method of focus group discussion. The result from the study was presented to stakeholders in a public forum for critiques and suggestions as correction, improvement, and amendment as well. The result of the study reveals that the present judicial transferring and appointment system which behold by the seniority principle is right and congruence to the core value of the Institution, and highly accepted by all the judges. However, some new criteria may be added in order to respond to the changes of working conditions and other social environment. Positions of Judges in the Special Courts and those in the three southern border provinces Courts as well as the administrative positions should add the needed competencies qualifications and specific personal characteristics that are suitable for job. Also some incentives should be considered to give to the high risk positions that occur in the southern border provinces and other critical areas. To increase the moral and fairness of the high burden and high responsibility positions in some courts, the rearrangement of case workload and other incentives would be good. To use performance evaluation result seriously is also another important mean in strengthening the effectiveness of the transferring appointment system. The opinion towards the Judicial Service Commission as the authoritative body designated to regulate the transfer of positions and to prepare the list for the annual appointment, in this dimension, the survey result shows that it’s duties has been quit suitable, however, since the term of the Commission is only two years, changes of the commission’s members often led to changes in transfer criteria and regulations which might affect many judges whose work and family plan have made prior to the enforcement of new regulations. So informing new rules should be made public in advance long enough for them to be adjusted. Another finding was about the number of the First Instance Court representatives in the Judicial Appointment Commission, the respondents felt that number is too small compare to the ratio of total number of judges at its level and the higher ones. Some respondents suggest that they should also be accounted for and should be heard by the their opinion concerning the transferring regulations and other decision. It is also interesting to find that the opinions expressed by the respondent have strong relationships to some personal factors of the respondents, which are: factors on age, marital status and the respondent who have spouse as judge. As for the opinion concerning to the seniority ranking system, each judge was designated the ranking number according to his/her merit from the entrance examination to the bench and hold on throughout their career path, most respondents agree with the system but some suggest that it may have to adjust the seniority ranking again, by merit method, when one move to higher courts. Recommendations from the study are: transferring and appointment regulations should be enforced for certain period of time, do not make changes too often; should create a new position of deputy head judge in all courts; should distribute suitable case workload that ensure high quality output, should have more representatives from the First Instance Court in the Judicial Appointment Commission; allow judges of the different court’s level to cast their vote in selection all candidates of the Judicial Appointment Commission; should add more qualification requirements especially the needed competency qualifications and specific personal characteristics that contribute to high performance for the job; should rearrange the seniority ranking when a person move to the higher courts, and should set up an consultation unit in the organization to deal with transferring and other work matters.en
dc.description.abstractการวิจัยเรื่อง การพัฒนาระบบการย้ายข้าราชการตุลาการ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ ศึกษาหลักการในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมในปัจจุบันและสภาพปัญหาที่เป็นอยู่ การสำรวจความคิดเห็นของข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมต่อแนวทางและหลักการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม และการจัดทำข้อเสนอแนะหลักเกณฑ์โยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการสำรวจความคิดเห็นได้คำนวณจากประชาการเป้าหมาย ซึ่งเป็นผู้ พิพากษาและผู้พิพากษาอาวุโสที่ปฏิบัติงานอยู่ในศาลยุติธรรมที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่ในศาลต่างๆทั่วประเทศ (ไม่รวมผู้ช่วยผู้พิพากษา) จำนวน 385 คน โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) และแบบสัมภาษณ์เชิงโครงสร้าง (Structural interview guideline) เมื่อได้ผลการศึกษาก็ได้จัดให้มีเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อวิจารณ์ต่างๆ จากผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขและปรับปรุงการศึกษาผลการศึกษา พบว่า ระบบการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมทั่วไปในปัจจุบันที่ได้ยึดหลักอาวุโสเป็นหลักสำคัญในการพิจารณา มีความถูกต้องเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามอาจเพิ่มเติมหลักเกณฑ์บางประการเพื่อให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับสถานการณ์ยิ่งขึ้น เช่น ในศาลชำนัญพิเศษ หรือ ศาลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และตำแหน่งบริหาร ควรเพิ่มเติมข้อกำหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับความรู้ความสามารถเฉพาะด้านที่จำเป็นหรือเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนั้นๆ หรืออาจกำหนดเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ ที่เห็นสมควร รวมทั้งการกำหนดให้สิ่งจูงใจเพิ่มเติมสำหรับตำแหน่งงานที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีภาระงานและความรับผิดชอบสูงกว่าทั่วไป เช่น ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง การกระจายปริมาณคดีให้เหมาสมกับสัดส่วนผู้พิพากษา และการใช้ผลการประเมินผลการปฏิบัติงานประกอบการพิจารณาการโยกย้ายแต่งตั้งอย่างจริงจัง เป็นต้น ด้านคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) และการกำหนดระเบียบการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม ผลการศึกษาพบว่า การทำหน้าที่ของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ในฐานะที่เป็นองค์การที่มีบทบาทหน้าที่ในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมนั้นมีความเหมาะสมดีแล้ว แต่เนื่องจากคณะกรรมการมาจากการเลือกตั้งซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการ ก็อาจมีผลต่อการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมประจำปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อบุคลากรบางท่านที่ได้วางแผนเกี่ยวกับสถานที่ทำงานและการดำรงชีวิตของครอบครัว ดังนั้น กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม รวมทั้งในกรณีที่มีมติพิเศษควรแจ้งให้ผู้พิพากษาทราบก่อนล่วงหน้าในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อจะได้วางแผนสำหรับครอบครัวได้ถูกต้อง นอกจากนี้ ข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมเห็นว่าควรเปิดช่องทางในการเสนอความคิดเห็นต่อระเบียบและมติของกรมการในเรื่องการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมสำหรับการจัดระบบอาวุโสที่ใช้ลำดับที่สอบได้เมื่อแรกเข้ามาเป็นเกณฑ์มีความเหมาะสม แม้จะมีข้อคิดเห็นว่าน่าจะให้มีการจัดระบบอาวุโสใหม่เมื่อเปลี่ยนชั้นศาล เพื่อกระตุ้นแรงจูงใจและลดความเฉื่อยในการทำงาน แต่ยังไม่ได้รับการยอมรับมากนัก ข้อเสนอคือให้เพิ่มคุณสมบัติด้านความสามารถเฉพาะตำแหน่งที่จำเป็นสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งในศาลชำนัญพิเศษและตำแหน่งบริหาร ข้อค้นพบจากการศึกษาที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง พบว่า มีปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถามบางด้านที่มีความสัมพันธ์กับความคิดเห็นต่อการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมอย่างเห็นได้ชัด คือ ปัจจัยด้านอายุ สถานภาพสมรส และการที่คู่สมรสประกอบอาชีพผู้พิพากษา ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะกลุ่มคนเหล่านี้มีปัจจัยด้านครอบครัวที่ต้องคำนึงเมื่อต้องโยกย้ายไปไกลจากที่อยู่เดิม ข้อเสนอแนะจากการศึกษา ได้แก่ ระเบียบหลักเกณฑ์การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมที่ไม่ควรเปลี่ยนแปลงบ่อย การพิจารณาเพิ่มหลักเกณฑ์ด้านการกระจายปริมาณคดี การเพิ่มตำแหน่งผู้พิพากษารองหัวหน้าศาลในศาลชั้นต้น การเพิ่มสัดส่วนคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ในศาล ชั้นต้น และให้ผู้พิพากษาสามารถเลือกคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้ทุกชั้นศาล การเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ด้านความรู้ความสามารถ การพัฒนาระบบการจัดอาวุโสเมื่อเปลี่ยนชั้นศาล และการจัดตั้งหน่วยงานให้การปรึกษาแก่ข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมทั้งที่เกี่ยวกับการโยกย้ายแต่งตั้งและการปฏิบัติงานทั่วไป เป็นต้นen_US
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.language.isothaen
dc.publisherสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
dc.rightsเอกสารฉบับนี้สงวนสิทธิ์โดยสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ห้ามทำซ้ำ คัดลอก หรือนำไปเผยแพร่ตัดต่อโดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
dc.subjectข้าราชการตุลาการth
dc.subjectตุลาการth
dc.subjectการย้ายth
dc.subjectผู้พิพากษาth
dc.titleการพัฒนาระบบการย้ายข้าราชการตุลาการ
dc.typeText
dcterms.accessRightsสงวนสิทธิ์ในการเข้าถึงเฉพาะบุคลากรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
cerif.cfProj-cfProjId2553A00362
mods.genreรายงานวิจัย
mods.location.physicalLocationสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
turac.projectTypeโครงการวิจัย
turac.researchSectorสาขาการบริหารและการพัฒนาองค์กร (Management and Institutional Development sector : MID)
turac.contributor.clientสำนักงานศาลยุติธรรม
turac.fieldOfStudyสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
cerif.cfProj-cfProjStatusสิ้นสุดโครงการ


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record